ฟรีแลนซ์ต้องจด VAT ไหม?
ฟรีแลนซ์ในไทย ไม่ต้องจดทะเบียน VAT เว้นแต่รายรับต่อปีเกิน 1.8 ล้านบาท เมื่อรายรับเกินเกณฑ์นี้ การจดทะเบียน ต้องทำภายใน 30 วัน นับจากวันที่เกินเกณฑ์ อัตรา VAT ปัจจุบันคือ 7% ฟรีแลนซ์ที่รายรับยังไม่ถึงเกณฑ์ จดทะเบียนสมัครใจ ได้หากลูกค้าหลักเป็นบริษัทหรือมีต้นทุนที่มี VAT จำนวนมาก แต่ต้องแลกกับภาระยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน เกณฑ์ 1.8 ล้านวัดจากรายรับรวม (ก่อนหักค่าใช้จ่าย) และเวลา 30 วันเริ่มนับทันทีที่รายรับสะสมทะลุเกณฑ์ระหว่างปี ไม่ใช่รอจบปี
ไม่จำเป็น เว้นแต่รายรับจากงานของคุณเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เมื่อนั้นกฎหมายบังคับให้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภายใน 30 วัน นับจากวันที่รายรับเกินเกณฑ์ ถ้ารายรับยังไม่ถึง คุณไม่ต้องจด แต่จะ "จดสมัครใจ" ก็ได้ อัตรา VAT ปัจจุบันคือ 7%
โดยทีมงาน BillsOS · อัปเดต 6 มิ.ย. 2026
บทความนี้เป็นข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีเฉพาะราย กรณีของคุณอาจมีรายละเอียดต่างออกไป ควรปรึกษาผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชี หรือสอบถามกรมสรรพากร (สายด่วน 1161) ก่อนตัดสินใจ
VAT คืออะไร และเกี่ยวอะไรกับฟรีแลนซ์
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax — VAT) คือภาษีที่เก็บจาก "การขายสินค้าและการให้บริการ" โดยผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT มีหน้าที่เรียกเก็บภาษีนี้เพิ่มจากลูกค้า แล้วนำส่งให้กรมสรรพากร
สำหรับฟรีแลนซ์ ประเด็นสำคัญมีแค่ข้อเดียว คือ รายรับของคุณถึงเกณฑ์ที่กฎหมายบังคับให้จดหรือยัง ตราบใดที่ยังไม่ถึง คุณรับงาน ออกใบเสร็จ และเสียภาษีเงินได้ตามปกติได้เลย โดยไม่ต้องยุ่งกับ VAT
เกณฑ์สั้น ๆ ที่ต้องจำ
| สถานการณ์ | ต้องจด VAT ไหม |
|---|---|
| รายรับทั้งปี ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท | ไม่ต้องจด (แต่จดสมัครใจได้) |
| รายรับทั้งปี เท่ากับ 1.8 ล้านบาทพอดี | ยังไม่ถูกบังคับให้จด |
| รายรับ เกิน 1.8 ล้านบาท | ต้องจดภายใน 30 วัน นับจากวันที่เกิน |
เกณฑ์ 1.8 ล้านบาทและเส้นตาย 30 วัน
เกณฑ์ที่กฎหมายใช้คือ มูลค่าของฐานภาษี (รายรับ) จากการขายสินค้าหรือให้บริการเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี เมื่อรายรับสะสมในปีนั้นเกินเกณฑ์ คุณต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.01) ต่อกรมสรรพากร ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์
จุดที่หลายคนเข้าใจผิด:
- นับจาก "รายรับ" ไม่ใช่ "กำไร" — ตัวเลข 1.8 ล้านคือยอดเงินที่คุณรับจากลูกค้าทั้งหมด ยังไม่ได้หักต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ
- เป็นการนับสะสมระหว่างปี ไม่ใช่รอจบปีแล้วค่อยดู ถ้าระหว่างปีรายรับสะสมทะลุ 1.8 ล้านเมื่อไหร่ นาฬิกา 30 วันเริ่มเดินทันที
- เท่ากับ 1.8 ล้านพอดี ยังไม่ต้องจด กฎหมายใช้คำว่า "เกินกว่า" ดังนั้นต้องเกิน 1.8 ล้านจริง ๆ จึงจะเข้าเกณฑ์บังคับ
- รายรับที่ได้รับยกเว้น VAT ไม่ต้องนำมารวม แต่รายได้จากบริการฟรีแลนซ์ทั่วไป (ออกแบบ เขียน ถ่ายภาพ ที่ปรึกษา ฯลฯ) ตามปกติถือเป็นบริการที่อยู่ในระบบ VAT จึงต้องนับ
จุดนี้มีข้อยกเว้นเฉพาะอาชีพ หากไม่แน่ใจว่ารายได้ของคุณเป็นประเภทที่ต้องนับรวมหรือได้รับยกเว้น ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือกรมสรรพากร
วิธีจด VAT — ยื่นที่ไหน
เมื่อรายรับสะสมในปีนั้นเกิน 1.8 ล้านบาท ให้ยื่นคำขอจดทะเบียน (แบบ ภ.พ.01) ภายใน 30 วัน ผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่ง
- ออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร (vsreg.rd.go.th หรือ www.rd.go.th) — สะดวกที่สุด
- ยื่นกระดาษ ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่
ถ้าเกินเกณฑ์แล้วไม่จดภายในกำหนด กรมสรรพากรสามารถเรียกเก็บภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งบานปลาย ดังนั้นถ้ารู้ตัวว่าใกล้ถึงหรือเกินเกณฑ์ ควรรีบดำเนินการ
จดแบบ "บังคับ" กับ "สมัครใจ" ต่างกันอย่างไร
จดแบบบังคับ (รายรับเกิน 1.8 ล้าน)
คุณไม่มีทางเลือก กฎหมายกำหนดให้จดภายใน 30 วัน
จดแบบสมัครใจ (รายรับยังไม่ถึง 1.8 ล้าน)
แม้รายรับยังไม่ถึงเกณฑ์ ฟรีแลนซ์ก็ขอจดทะเบียน VAT ด้วยตัวเองได้ เหมาะกับบางกรณี แต่ก็มีภาระเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ข้อดีของการจดสมัครใจ
- ขอคืน/หักภาษีซื้อได้ — ถ้าคุณมีค่าใช้จ่ายที่จ่าย VAT จำนวนมาก (เช่น ซื้ออุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ ค่าบริการที่มี VAT) สามารถนำภาษีซื้อมาหักกับภาษีขายได้
- ดูน่าเชื่อถือขึ้นสำหรับลูกค้าองค์กร — ลูกค้าที่เป็นบริษัทมักต้องการใบกำกับภาษีเพื่อนำไปหักภาษีซื้อของเขา
ข้อเสีย/ภาระที่ตามมา
- ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน แม้เดือนนั้นจะไม่มีรายรับเลยก็ตาม
- ต้องออกใบกำกับภาษีและเก็บเอกสารให้ครบ
- ต้องบวก VAT 7% เข้าไปในราคา ซึ่งอาจทำให้ราคาของคุณดูแพงขึ้นในสายตาลูกค้าบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้จด VAT
สรุปง่าย ๆ: ถ้าลูกค้าหลักเป็น "บริษัท" และคุณมีต้นทุนที่มี VAT เยอะ การจดสมัครใจอาจคุ้ม แต่ถ้าลูกค้าส่วนใหญ่เป็น "บุคคลทั่วไป" และต้นทุนน้อย การจดอาจเพิ่มงานเอกสารโดยไม่ค่อยได้ประโยชน์ ควรคำนวณกับผู้ทำบัญชีก่อน
ชีวิตหลังจด VAT — มีหน้าที่อะไรบ้าง
เมื่อจดทะเบียนแล้ว คุณกลายเป็น "ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม" และมีหน้าที่หลัก 3 อย่าง
1. เรียกเก็บ VAT 7% และออกใบกำกับภาษี
ทุกครั้งที่ขายงาน/ให้บริการ ต้องบวก VAT 7% เข้าไปในราคา และออกใบกำกับภาษี (Tax Invoice) ให้ลูกค้า เงิน VAT ส่วนนี้ไม่ใช่รายได้ของคุณ — คุณเก็บไว้แทนรัฐเพื่อนำส่งกรมสรรพากร
2. แยก "ภาษีขาย" กับ "ภาษีซื้อ"
- ภาษีขาย = VAT 7% ที่คุณเรียกเก็บจากลูกค้า
- ภาษีซื้อ = VAT 7% ที่คุณจ่ายไปเมื่อซื้อสินค้า/บริการมาใช้ในงาน
- ภาษีที่ต้องนำส่ง = ภาษีขาย − ภาษีซื้อ ถ้าภาษีขายมากกว่า ให้นำส่งส่วนต่าง ถ้าภาษีซื้อมากกว่า ขอคืนหรือยกไปเครดิตเดือนถัดไปได้
3. ยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน
ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 พร้อมชำระภาษี (ถ้ามี) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ทุกเดือน ไม่ว่าจะมีรายรับในเดือนนั้นหรือไม่ก็ตาม หากยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตจะได้รับการขยายเวลาออกไปอีก (โดยทั่วไปถึงประมาณวันที่ 23 ของเดือน) ยื่นช้าจะมีเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
VAT ไม่ใช่ภาษีเดียว — อย่าสับสนกับภาษีอื่น
ฟรีแลนซ์มักสับสนระหว่างภาษี 3 ตัวนี้ ทั้งที่เป็นคนละเรื่องกัน
| ภาษี | เก็บจากอะไร | ใครเกี่ยว |
|---|---|---|
| ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา | เงินได้สุทธิทั้งปี (หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน) | ฟรีแลนซ์ทุกคนที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ ต้องยื่นประจำปี |
| ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (3%) | ค่าจ้างที่ลูกค้านิติบุคคลจ่ายให้คุณ ถูกหักไว้ล่วงหน้า | ฟรีแลนซ์ที่รับงานจากบริษัท (ได้ใบ 50 ทวิ เป็นหลักฐาน) |
| ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) | มูลค่าการขาย/บริการ บวกเพิ่มจากลูกค้า | เฉพาะคนที่จด VAT (รายรับเกิน 1.8 ล้าน หรือจดสมัครใจ) |
จุดที่ต้องเข้าใจให้ชัด:
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% ที่ถูกหักไป ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่หายไป — เป็นการ "จ่ายภาษีเงินได้ล่วงหน้า" ตอนยื่นภาษีประจำปีนำมาเครดิตคืนได้ (เก็บใบ 50 ทวิ ไว้ให้ครบ)
- VAT กับภาษีเงินได้เป็นคนละก้อนกัน จด VAT แล้วก็ยังต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามปกติ ไม่ได้แปลว่าจ่ายตัวหนึ่งแล้วไม่ต้องจ่ายอีกตัว
อ่านเพิ่ม: อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับฟรีแลนซ์
ยังไม่ถึงเกณฑ์ ฟรีแลนซ์ควรทำอะไร
ถ้ารายรับยังไม่เกิน 1.8 ล้าน คุณไม่ต้องจด VAT และไม่ต้องเรียกเก็บ 7% จากลูกค้า แต่ควรทำสิ่งเหล่านี้เพื่อความเป็นระเบียบและพร้อมโต
- ออกใบเสร็จรับเงิน / ใบแจ้งหนี้ทุกครั้ง — เป็นหลักฐานรายรับที่ดี (ใบเสร็จยังไม่ใช่ใบกำกับภาษี เพราะคุณยังไม่ได้จด VAT)
- เก็บเอกสารรายรับ–รายจ่ายให้ครบ — ทั้งใบ 50 ทวิ และหลักฐานค่าใช้จ่าย เพื่อใช้ยื่นภาษีเงินได้ประจำปี
- เฝ้าดูยอดรายรับสะสม — ถ้าใกล้แตะ 1.8 ล้าน ให้เตรียมตัวจด VAT ไว้ก่อน จะได้ไม่พลาดเส้นตาย 30 วัน
- ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ถูกต้อง — เป็นหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวกับ VAT แต่ฟรีแลนซ์ทุกคนต้องทำ
เช็กลิสต์ตัดสินใจ: ฉันต้องจด VAT ไหม
- รายรับสะสมปีนี้ เกิน 1.8 ล้านบาท แล้วหรือยัง? → ถ้าเกิน ต้องจดภายใน 30 วัน
- ใกล้จะถึง 1.8 ล้านหรือยัง? → เตรียมเอกสาร ภ.พ.01 ไว้ล่วงหน้า
- ลูกค้าหลักเป็น บริษัท ที่ต้องการใบกำกับภาษีไหม? → พิจารณา จดสมัครใจ
- มีต้นทุนที่จ่าย VAT เยอะไหม (อุปกรณ์/ซอฟต์แวร์)? → จดสมัครใจอาจช่วยขอคืนภาษีซื้อ
- พร้อมยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน และออกใบกำกับภาษีไหม? → ถ้าไม่พร้อมและไม่ถึงเกณฑ์ ยังไม่ต้องรีบจด
- ไม่แน่ใจ? → ปรึกษาผู้ทำบัญชี / กรมสรรพากร 1161 ก่อนตัดสินใจ
เอกสารที่ใช้จด VAT และใบกำกับภาษีต้องมีอะไรบ้าง
เอกสารและขั้นตอนการจด VAT ด้วยตัวเอง
การจด VAT ด้วยตัวเอง (แบบ ภ.พ.01) ทำได้ทั้งทางออนไลน์ที่ vsreg.rd.go.th หรือยื่นกระดาษที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา เอกสารที่มักต้องเตรียม ได้แก่
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (สำหรับบุคคลธรรมดา) หรือเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคล
- หลักฐานที่ตั้งสถานประกอบการ เช่น สัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ พร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน
- แผนที่แสดงที่ตั้งและรูปถ่ายสถานประกอบการ
รายการเอกสารอาจต่างกันตามรูปแบบธุรกิจและสำนักงานพื้นที่ ควรตรวจสอบรายการล่าสุดที่ www.rd.go.th หรือสอบถามสายด่วน 1161 ก่อนยื่น
ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปต้องมีอะไรบ้าง
เมื่อจด VAT แล้ว ทุกครั้งที่ขายงาน/ให้บริการ คุณต้องออก "ใบกำกับภาษี" (Tax Invoice) ที่มีรายการครบตามที่กฎหมายกำหนด ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปโดยทั่วไปต้องมี
- คำว่า "ใบกำกับภาษี" แสดงชัดเจน
- ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (TIN) ของผู้ออก และของลูกค้า
- เลขที่ใบกำกับภาษี และวันเดือนปีที่ออก
- รายละเอียดของสินค้า/บริการ มูลค่า และจำนวน VAT 7% ที่แยกออกมาให้เห็นชัด
มีใบกำกับภาษีอย่างย่อ (abbreviated) สำหรับการขายปลีกบางประเภทด้วย แต่ฟรีแลนซ์ที่ออกบิลให้ลูกค้าองค์กรมักใช้แบบเต็มรูป เพราะลูกค้าต้องนำไปหักภาษีซื้อ
อ่านเพิ่ม: เอกสารที่ฟรีแลนซ์ต้องใช้เก็บเงินลูกค้า · ไม่มีบริษัท ออกใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีได้ไหม · โปรแกรมออกใบกำกับภาษี
ชาวต่างชาติและฟรีแลนซ์ที่ไม่ได้อยู่ในไทย ต้องจด VAT ไหม
ชาวต่างชาติที่ทำงานในไทยอย่างถูกต้อง (มีใบอนุญาตทำงาน) และให้บริการในประเทศ โดยหลักจะใช้เกณฑ์เดียวกับคนไทย คือ รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีจึงเข้าเกณฑ์บังคับจด VAT ส่วนรายรับที่ยังไม่ถึงเกณฑ์ก็ไม่ต้องจด เช่นเดียวกัน
กรณีที่ต่างออกไปคือผู้ประกอบการที่อยู่นอกประเทศไทยหรือไม่ได้มีถิ่นที่อยู่ในไทยแล้วเข้ามาขายสินค้า/ให้บริการในไทยเป็นครั้งคราว ซึ่งมีกฎเฉพาะที่ต่างจากเกณฑ์ 1.8 ล้านปกติ เรื่องนี้ซับซ้อนและขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละราย จึงควรปรึกษาผู้ทำบัญชีที่มีประสบการณ์ด้านนี้หรือสอบถามกรมสรรพากรโดยตรง
ไม่ว่าจะสัญชาติใด หากไม่แน่ใจว่าตัวเองเข้าเกณฑ์แบบไหน อย่าเดา — โทรสายด่วนกรมสรรพากร 1161 หรือปรึกษาผู้ทำบัญชีก่อน
ออกใบกำกับภาษีและสลับโหมด VAT ได้ง่ายขึ้นด้วย BillsOS
ความยากของเรื่องนี้อยู่ที่ "ตอนยังไม่จด VAT" คุณออกได้แค่ใบเสร็จ/ใบแจ้งหนี้ธรรมดา แต่ "พอจด VAT แล้ว" ต้องเปลี่ยนมาออกใบกำกับภาษีที่มี VAT 7% และเก็บภาษีขายให้ถูกต้อง
BillsOS มีปุ่มสลับ VAT เปิด/ปิด ที่ออกแบบมาสำหรับสองสถานการณ์นี้พอดี — ช่วงที่ยังไม่ถึงเกณฑ์ก็ปิด VAT ออกใบเสร็จ/ใบแจ้งหนี้ได้ตามปกติ พอจด VAT แล้วก็เปิดสวิตช์ ระบบจะคำนวณ VAT 7% และออกใบกำกับภาษีให้อัตโนมัติ พร้อม PromptPay QR ระบุยอดชำระเป๊ะ ไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องมือเมื่อธุรกิจโต
ดูเพิ่มเติม: โปรแกรมออกใบกำกับภาษี · หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย 50 ทวิ · อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย
BillsOS เป็นเครื่องมือออกเอกสารและรับชำระเงิน ไม่ได้ยื่นภาษีหรือให้คำแนะนำทางภาษีแทนคุณ สำหรับการตัดสินใจเรื่องภาษี โปรดปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือกรมสรรพากร (สายด่วน 1161)
แหล่งอ้างอิง / Sources
แหล่งข้อมูลปฐมภูมิจากกรมสรรพากรและราชกิจจานุเบกษา และแหล่งทุติยภูมิเพื่อความเข้าใจ
- ปฐมภูมิ — กรมสรรพากร: ผู้มีหน้าที่จดทะเบียน VAT และกำหนดเวลาการจดทะเบียน — rd.go.th/7061.html
- ปฐมภูมิ — กรมสรรพากร: วิธีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม — rd.go.th/7058.html
- ปฐมภูมิ — กรมสรรพากร: ภาษีมูลค่าเพิ่ม / แบบ ภ.พ.30 และกำหนดเวลายื่น — rd.go.th/7066.html
- ปฐมภูมิ — กรมสรรพากร: การลดอัตรา VAT เหลือ 7% (โครงสร้าง 6.3% + ภาษีท้องถิ่น) — rd.go.th/35772.html
- ปฐมภูมิ — กรมสรรพากร: แถลงข่าว ปชส. 34/2568 — ต่ออายุลด VAT 7% (พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 799) ถึง 30 ก.ย. 2569 — rd.go.th (news34_2568)
- ทุติยภูมิ — iTAX: รู้ได้อย่างไรเมื่อไหร่ต้องจด VAT — itax.in.th
- ทุติยภูมิ — iTAX: สิ่งที่ต้องทำหลังจดทะเบียน VAT — itax.in.th
ข้อมูล ณ วันที่ทบทวน 6 มิ.ย. 2026 — อัตรา VAT 7% เป็นมาตรการที่ต่ออายุเป็นรายปี ปัจจุบันขยายถึง 30 ก.ย. 2569 (พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 799) กฎหมายภาษีและอัตราอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากร (www.rd.go.th / สายด่วน 1161) หรือผู้ทำบัญชีก่อนนำไปใช้