รับเงินพร้อมเพย์สำหรับร้านค้าและธุรกิจ พร้อมออกใบเสร็จอัตโนมัติ

ใช้ QR พร้อมเพย์แบบระบุจำนวนเงิน ผูกกับแต่ละบิล ลูกค้าสแกนแล้วเห็นยอดที่ต้องจ่ายทันทีโดยไม่ต้องพิมพ์เอง เงินเข้าบัญชีธนาคารของคุณเองโดยตรง (BillsOS ไม่ถือเงิน) สำหรับบุคคลธรรมดาและฟรีแลนซ์ ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชนหรือเบอร์มือถือได้เลย ไม่ต้องจดทะเบียนนิติบุคคล ส่วนบริษัทต้องลงทะเบียนผูกเลขประจำตัว 13 หลักกับธนาคารก่อน ระบบออกใบเสร็จ ใบกำกับภาษี และหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้อัตโนมัติ BillsOS ไม่คิดค่าธรรมเนียมต่อรายการ คิดเพียงค่าแพ็กเกจรายเดือน ส่วนค่าธรรมเนียมโอน (ถ้ามี) เป็นไปตามธนาคารของลูกค้า

รับเงินพร้อมเพย์ร้านค้าง่ายขึ้นด้วย QR พร้อมเพย์แบบระบุจำนวนเงินที่ผูกกับบิลของคุณโดยตรง ลูกค้าสแกนแล้วเห็นยอดที่ต้องจ่ายทันที ไม่ต้องพิมพ์เอง เงินเข้าบัญชีธนาคารของคุณเองโดยตรง และระบบออกใบเสร็จ ใบกำกับภาษี และหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้อัตโนมัติ เริ่มใช้ฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

โดยทีมงาน BillsOS · อัปเดต 6 มิ.ย. 2026

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีหรือการเงินเฉพาะราย โปรดตรวจสอบเงื่อนไข อัตราค่าธรรมเนียม และข้อกำหนดล่าสุดกับธนาคารของคุณและกรมสรรพากร หรือปรึกษาผู้ทำบัญชี/CPA สำหรับกรณีของคุณ

พร้อมเพย์สำหรับธุรกิจทำงานอย่างไร

พร้อมเพย์ (PromptPay) คือโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินของไทยที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย ช่วยให้โอน–รับเงินได้โดยใช้ "เลขอ้างอิง" แทนเลขบัญชี ซึ่งสำหรับธุรกิจมีสองรูปแบบหลักที่ควรเข้าใจให้ชัด

พร้อมเพย์ส่วนตัว vs พร้อมเพย์นิติบุคคล

พร้อมเพย์ส่วนตัว พร้อมเพย์นิติบุคคล
เลขที่ใช้ผูก เลขบัตรประชาชน หรือเบอร์มือถือ เลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก (หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก สำหรับองค์กรที่ไม่มีเลขทะเบียน)
เหมาะกับใคร บุคคลธรรมดา ฟรีแลนซ์ ร้านค้าบุคคล บริษัท ห้างหุ้นส่วน นิติบุคคล
การผูกบัญชี ตามเงื่อนไขแต่ละธนาคาร เลข 13 หลัก ผูกได้ 1 บัญชี กับ 1 ธนาคาร เท่านั้น

นิติบุคคลที่อยากให้คู่ค้าโอนเข้าด้วยเลข 13 หลัก ต้องไปลงทะเบียนผูกบัญชีกับธนาคารก่อน โดยใช้บัญชีออมทรัพย์หรือกระแสรายวัน เอกสารขั้นต่ำที่ธนาคารขอ (รายละเอียดแล้วแต่ธนาคาร) มักได้แก่ หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (อายุไม่เกิน 3 เดือน) บัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม และหลักฐานความเป็นเจ้าของบัญชี

เจ้าของร้านบุคคลธรรมดาและฟรีแลนซ์ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนนิติบุคคลก็รับเงินพร้อมเพย์ได้ — ใช้พร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนหรือเบอร์มือถือของตัวเองได้เลย ส่วนการจดทะเบียนนิติบุคคลเป็นทางเลือกเมื่อธุรกิจโตขึ้น

ค่าธรรมเนียม ใครเป็นคนจ่าย (และจ่ายเท่าไร)

นี่คือจุดที่ร้านค้าเข้าใจผิดบ่อยที่สุด ค่าธรรมเนียมการโอนพร้อมเพย์เป็นเรื่องระหว่างลูกค้ากับธนาคารของลูกค้า ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายของผู้รับเงิน สำหรับลูกค้าทั่วไป (บุคคลธรรมดา) ที่โอนชำระค่าสินค้า อัตราเพดานตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดเป็นดังนี้ (เป็นเพดานสูงสุด ธนาคารจริงอาจถูกกว่า — โปรดตรวจสอบกับธนาคารของคุณ)

มูลค่าโอนต่อรายการ (โอนระหว่างบุคคล) ค่าธรรมเนียมต่อรายการ (เพดาน)
ไม่เกิน 5,000 บาทฟรี
มากกว่า 5,000 – 30,000 บาทไม่เกิน 2 บาท
มากกว่า 30,000 – 100,000 บาทไม่เกิน 5 บาท
มากกว่า 100,000 บาท ถึงวงเงินสูงสุดของธนาคารไม่เกิน 10 บาท

หมายความว่าการชำระค่าสินค้าทั่วไปของลูกค้าส่วนใหญ่ (ไม่เกิน 5,000 บาท) โอนฟรี ส่วนกรณีโอน "ระหว่างนิติบุคคลด้วยกัน" จะมีอัตราต่างหาก (เพดานไม่เกิน 10 บาทสำหรับไม่เกิน 100,000 บาท และไม่เกิน 15 บาทสำหรับเกิน 100,000 บาท) อัตราเหล่านี้เป็นเพดานตามประกาศ ธปท. โปรดตรวจสอบอัตราปัจจุบันกับธนาคารของคุณ

ฝั่ง BillsOS เราไม่คิดค่าธรรมเนียมต่อบิลหรือต่อรายการเลย เราเป็นเครื่องมือออกบิลและสร้าง QR เงินทั้งหมดวิ่งจากลูกค้าเข้าบัญชีธนาคารของคุณโดยตรง เราไม่ได้ถือเงินของคุณ ไม่ได้เป็นตัวกลางรับชำระ และไม่หักเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย คุณจ่ายเฉพาะค่าแพ็กเกจรายเดือนของ BillsOS เท่านั้น

QR พร้อมเพย์แบบ Static vs Dynamic — และทำไมมันสำคัญ

QR พร้อมเพย์มีสองแบบ และความต่างนี้คือหัวใจของปัญหาที่ร้านค้าเจอทุกวัน

Static QR — ลูกค้าพิมพ์ยอดเอง

Static QR คือ QR ตัวเดียวที่พิมพ์ครั้งเดียวแล้วแปะไว้หน้าร้าน ใช้ได้ตลอด แต่ไม่มียอดเงินฝังอยู่ ลูกค้าต้องพิมพ์จำนวนเงินเอง ปัญหาที่ตามมา:

  • ลูกค้าพิมพ์ยอดผิด (จ่ายขาด/จ่ายเกิน) ต้องมาตามแก้ทีหลัง
  • ร้านต้องคอยกระทบยอดเองว่าใครจ่ายมาเท่าไร ตรงกับบิลไหน
  • เปิดช่องให้สลิปปลอม เพราะร้านดูแค่ภาพสลิป ไม่ได้ผูกกับยอดบิลจริง

Dynamic QR — ยอดเงินฝังมากับ QR

Dynamic QR คือ QR ที่ระบุจำนวนเงินไว้ในตัว สร้างใหม่ทุกบิล ลูกค้าสแกนแล้วเห็นยอดที่ต้องจ่ายขึ้นมาเลย ไม่ต้องพิมพ์เอง จึงตัดปัญหากรอกยอดผิดออกไป และทำให้กระทบยอดง่ายเพราะ QR หนึ่งใบ = หนึ่งบิล = หนึ่งยอด

ปัญหายอดไม่ตรง และสลิปปลอม ที่ร้านไทยเจอจริง

สลิปปลอมคือสลิปโอนเงินที่มิจฉาชีพทำขึ้น ใส่ชื่อผู้รับ–ผู้ส่ง วันเวลา ยอดเงิน และ QR ปลอม ทั้งที่ไม่มีเงินโอนเข้าจริง หรือโอนจริงแต่ยอดไม่ตรง วิธีป้องกันที่ธนาคารแนะนำคืออย่าเชื่อภาพสลิป ให้ยืนยันจากเงินเข้าบัญชีจริง เช่น สแกน QR บนสลิปผ่านแอปธนาคาร (Krungthai NEXT, K PLUS ฯลฯ) เพื่อตรวจชื่อผู้โอน ผู้รับ ยอดเงิน และวันที่ ว่าตรงกันหรือไม่

เมื่อ QR ผูกยอดมากับบิลตั้งแต่ต้น การกระทบว่า "เงินเข้าตรงยอดบิลไหม" ก็ทำได้ง่ายและชัดเจนขึ้นมาก เพราะมีหลักฐานยอดที่คาดหวังไว้แล้ว

BillsOS แก้ปัญหานี้แบบครบวงจรอย่างไร

BillsOS รวมขั้นตอนตั้งแต่ออกบิลจนถึงออกเอกสารภาษีไว้ในที่เดียว

  1. ออกบิล / ใบแจ้งหนี้ / ใบเสนอราคา — กรอกรายการสินค้า เปิด/ปิด VAT ได้ รองรับสองภาษา ไทย/อังกฤษ
  2. สร้าง QR พร้อมเพย์ระบุจำนวนเงินตรงบิล — ลูกค้าสแกนแล้วยอดขึ้นตรง ไม่ต้องพิมพ์เอง ลดยอดผิด
  3. ลูกค้าจ่ายเข้าบัญชีธนาคารของคุณเองโดยตรง — BillsOS ไม่ถือเงิน ไม่เป็นตัวกลางรับชำระ
  4. ออกใบเสร็จ / ใบกำกับภาษีรูปแบบสรรพากร และหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) อัตโนมัติ — ครบเอกสารที่ต้องใช้
  5. ส่งลิงก์ชำระเงินผ่าน LINE ให้ลูกค้าได้สะดวก

ผลคือร้านลดงานกระทบยอดด้วยมือ ลดความเสี่ยงยอดไม่ตรง และมีเอกสารภาษีพร้อมเก็บเป็นหลักฐานทันทีที่ปิดการขาย

ความโปร่งใสเรื่องเงินและค่าธรรมเนียม

  • เงินไม่ผ่านมือ BillsOS — ลูกค้าโอนเข้าบัญชีธนาคารของคุณเองโดยตรงผ่านพร้อมเพย์
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมต่อบิล / ต่อรายการ จาก BillsOS — คุณจ่ายเฉพาะค่าแพ็กเกจรายเดือน
  • ค่าธรรมเนียมโอน (ถ้ามี) เป็นไปตามอัตราของธนาคารฝั่งลูกค้า ซึ่งโอนทั่วไปไม่เกิน 5,000 บาทมักจะฟรี — ตรวจสอบกับธนาคาร
  • BillsOS ไม่ใช่ผู้ให้บริการชำระเงิน (payment processor) และไม่ใช่ e-wallet — เป็นเครื่องมือออกบิลและเอกสาร

เหมาะกับใคร

  • ร้านค้าออนไลน์ ที่รับโอนพร้อมเพย์แล้วเหนื่อยกับการเช็กสลิปและกระทบยอด
  • ฟรีแลนซ์ / ผู้ให้บริการ ที่ต้องออกใบเสนอราคา ใบเสร็จ และโดนหัก ณ ที่จ่าย ต้องใช้ 50 ทวิ
  • ธุรกิจ SME ที่อยากให้ลูกค้าจ่ายตรงยอด และมีเอกสารภาษีครบโดยไม่ต้องจ้างทำเอกสารแยก

พร้อมเพย์กับภาระภาษีและการเก็บเอกสาร (อ่านก่อนตัดสินใจ)

ข้อมูลส่วนนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีเฉพาะราย ควรปรึกษาผู้ทำบัญชี/CPA สำหรับกรณีของคุณ

  • ตัวการโอนเงินเองไม่ได้ถูกเก็บภาษีโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าเงินที่รับเข้ามาเป็น "รายได้" จากการขายสินค้าหรือบริการ ก็ต้องนำไปรวมคำนวณเป็นเงินได้พึงประเมินตามประเภทเงินได้ และต้องอธิบายที่มาของเงินได้ให้ถูกต้อง
  • ระบบภาษี e-Payment เป็นการนำส่งข้อมูลเพื่อการตรวจสอบ ไม่ใช่การเก็บภาษีทันที ธนาคารมีหน้าที่นำส่งข้อมูลบัญชีให้กรมสรรพากรเมื่อเข้าเกณฑ์ คือ รับโอน/ฝากตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปีขึ้นไป (ไม่ว่ายอดเท่าไร) หรือ ตั้งแต่ 400 ครั้งต่อปี และยอดรวมตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป (โปรดตรวจสอบเกณฑ์ปัจจุบันกับกรมสรรพากร)
  • การมีใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีที่ออกถูกต้อง ช่วยให้อธิบายที่มารายได้ได้ชัดเจน และเป็นหลักฐานทางบัญชีที่ดี

วิธีสร้าง QR พร้อมเพย์แบบระบุจำนวนเงิน (ยอดเป๊ะตรงบิล)

คำถามยอดฮิตของร้านค้าคือ "สร้าง QR พร้อมเพย์ใส่ยอดเงินเองยังไง" เป้าหมายคือให้ลูกค้าสแกนแล้วเห็นยอดที่ต้องจ่ายขึ้นมาเลย ไม่ต้องพิมพ์เอง (บางคนเรียกว่า dynamic QR หรือ QR ระบุจำนวนเงิน) ขั้นตอนใน BillsOS เป็นแบบนี้

  1. สร้างบิล / ใบแจ้งหนี้ แล้วกรอกรายการสินค้าหรือบริการ ระบบจะรวมยอดสุทธิให้
  2. BillsOS สร้าง QR พร้อมเพย์ที่ฝังยอดตรงบิลให้อัตโนมัติ ผูกกับเลขที่บิลเป็นเลขอ้างอิงในตัว
  3. ส่ง QR หรือลิงก์ชำระเงินให้ลูกค้า (เช่น ทาง LINE) ลูกค้าสแกนแล้วยอดขึ้นตรง กดยืนยันโอน
  4. เมื่อชำระแล้ว ระบบออกใบเสร็จ / ใบกำกับภาษีให้ — หนึ่งบิลผูกกับหนึ่งยอดและหนึ่งเลขอ้างอิง

เพราะ QR หนึ่งใบผูกกับบิลและเลขอ้างอิงเดียว การ "กระทบยอด" ว่ารายการไหนของลูกค้าตรงกับออเดอร์ไหนจึงง่ายขึ้นมาก — ต่างจาก static QR (QR แปะหน้าร้านที่ลูกค้าพิมพ์ยอดเอง) ซึ่งทุกคนโอนเข้า QR เดียวกัน ทำให้ต้องไล่จับคู่เองว่าใครจ่ายค่าอะไร หากคุณเป็นร้านค้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีอย่างย่อหน้าร้านด้วย ดูวิธีออกแบบเต็มรูปและอย่างย่อได้ที่หน้า โปรแกรมออกใบกำกับภาษี ของเรา

จะรู้ได้ยังไงว่าเงินพร้อมเพย์เข้าจริง (สลิปไม่ใช่หลักฐานการจ่าย)

ภาพสลิปโอนเงินไม่ใช่หลักฐานว่าเงินเข้าบัญชีคุณแล้ว สลิปอาจถูกตัดต่อ ปลอม หรือเป็นรายการที่ถูกยกเลิกภายหลังก็ได้ สิ่งที่ยืนยันได้จริงคือ "เงินเข้าบัญชี" ของคุณ ไม่ใช่รูปที่ลูกค้าส่งมา วิธีตรวจที่ใช้ได้ผล

  • ดูยอดเงินเข้าในแอปธนาคารหรือการแจ้งเตือนเงินเข้า (เช่น แจ้งเตือนของบัญชีร้านค้า) ว่าตรงยอดและเวลาหรือไม่
  • เทียบยอดที่เข้ากับยอดบิลที่คาดไว้ — เมื่อ QR ฝังยอดมาตั้งแต่ต้น คุณมียอดที่ "ควรจะได้รับ" ให้เทียบอยู่แล้ว
  • สแกน QR บนสลิปผ่านแอปธนาคารเพื่อตรวจชื่อผู้โอน ผู้รับ ยอด และวันที่ ว่าตรงกัน

BillsOS ไม่ได้ตรวจจับสลิปปลอมหรือยืนยันการโอนให้โดยอัตโนมัติ แต่การที่ QR ผูกยอดมากับบิลช่วยให้คุณเทียบ "เงินเข้าตรงยอดบิลไหม" ได้ชัดขึ้น สำหรับวิธีเช็กสลิปจริง-ปลอมแบบละเอียด รวมถึงภัยสลิปปลอมจาก AI ดูได้ที่คู่มือ วิธีเช็กสลิปโอนเงินจริง-ปลอม.

เปรียบเทียบ: เครื่องมือ QR แบบ Static vs BillsOS

เครื่องมือ QR Static (แปะหน้าร้าน) BillsOS (Dynamic QR + เอกสาร)
ยอดเงินใน QR ลูกค้าพิมพ์เอง / ต้องสร้างใหม่ทุกครั้ง ฝังยอดตรงบิลอัตโนมัติ
ความเสี่ยงยอดผิด สูง ต่ำ (ยอดผูกกับบิล)
ผูกกับบิล / กระทบยอด ต้องทำเองด้วยมือ ผูก QR ↔ บิล ↔ ยอด ในระบบเดียว
ออกใบเสร็จ / ใบกำกับภาษี ไม่มี ต้องทำแยก ออกอัตโนมัติ รูปแบบสรรพากร
หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย 50 ทวิ ไม่มี มี
เงินเข้าบัญชีคุณโดยตรง ใช่ ใช่ (BillsOS ไม่ถือเงิน)
ค่าธรรมเนียมต่อรายการจากเครื่องมือ แล้วแต่เครื่องมือ ไม่มี (คิดเป็นแพ็กเกจรายเดือน)
สมัครฟรี ไม่ต้องใช้บัตร

เริ่มออกบิล + QR พร้อมเพย์ระบุยอด พร้อมใบเสร็จอัตโนมัติได้เลย (แพ็กเกจ Starter ฟรี)

อ่านต่อ

แหล่งอ้างอิง / Sources