คู่มือฟรีแลนซ์

ภาษีและการออกบิลสำหรับที่ปรึกษาการตลาด

ที่ปรึกษาการตลาดในไทยออกใบแจ้งหนี้/ใบเสร็จให้ลูกค้า และเมื่อลูกค้าเป็นบริษัท ลูกค้าจะหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% จากค่าบริการ (ประเภทเงินได้: ค่าบริการ / ค่าจ้างทำของ) แล้วโอนยอดสุทธิให้คุณ พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษี 50 ทวิ เป็นหลักฐาน ตัวอย่าง: ค่าบริการ ฿50,000.00 บวก VAT 7% ลูกค้าหักไว้ ฿1,500.00 คุณได้รับจริง ฿52,000.00 ใบ 50 ทวิ เก็บไว้เครดิตภาษีตอนยื่นภาษีเงินได้ประจำปี บนใบแจ้งหนี้ของคุณ คุณคือ “ผู้รับเงิน” ลูกค้าเป็นผู้หักและออก 50 ทวิ ไม่ใช่คุณออกเอง

งานที่ปรึกษาการตลาดและวางกลยุทธ์ให้ลูกค้าองค์กร เป็นค่าบริการ หัก ณ ที่จ่าย 3% และถ้ารายได้ต่อปีเกิน 1.8 ล้านบาทจะต้องจด VAT แล้วบวก VAT 7% ในใบกำกับภาษีด้วย

โดยทีมงาน BillsOS · อัปเดต 9 มิ.ย. 2026

ตัวอย่างการคำนวณจริง

สมมติคุณเป็นที่ปรึกษาการตลาดและออกใบแจ้งหนี้ค่าบริการ ฿50,000.00 ให้ลูกค้าบริษัท ประเภทเงินได้คือ “ค่าบริการ / ค่าจ้างทำของ” อัตราหัก ณ ที่จ่าย 3% และคุณจด VAT แล้วจึงบวก VAT 7% ตัวเลขด้านล่างคำนวณจากเครื่องคิดเลขของ BillsOS โดยตรง

ค่าบริการ (ก่อน VAT)฿50,000.00
ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%฿3,500.00
ยอดรวมในใบแจ้งหนี้฿53,500.00
หัก ณ ที่จ่าย 3%-฿1,500.00
ยอดที่ลูกค้าโอนจริง (สแกน QR)฿52,000.00

ลูกค้าหัก ณ ที่จ่าย ฿1,500.00 แล้วโอนให้คุณ ฿52,000.00 พร้อมออกใบ 50 ทวิ ให้เป็นหลักฐาน

ทิศทางการหักภาษี: บนใบแจ้งหนี้ของคุณ คุณคือ “ผู้รับเงิน” ลูกค้า (ผู้จ่าย) เป็นผู้หักภาษี ณ ที่จ่าย และเป็นผู้ออกใบ 50 ทวิ ให้คุณ ไม่ใช่คุณออกเอง

สิ่งที่ควรรู้สำหรับงานนี้

ที่ปรึกษามักทำรายได้ถึงเกณฑ์ VAT เร็ว ตัวอย่างด้านล่างจึงแสดงทั้ง VAT 7% และการถูกหัก 3% พร้อมกัน ลูกค้าหัก 3% จากค่าบริการก่อน VAT

สถานการณ์จริงที่พบบ่อย

สถานการณ์ที่ 1

ที่ปรึกษาการตลาดวางแผนแคมเปญให้บริษัทเครื่องดื่ม คิดค่าที่ปรึกษา ฿50,000 บวก VAT และรับผิดชอบซื้อโฆษณา Facebook แทนลูกค้าอีก ฿100,000 ในใบแจ้งหนี้ฉบับเดียวกัน จึงต้องแยกบรรทัดค่าที่ปรึกษา (ฐานหัก 3% และ VAT 7%) กับยอด media spend ที่ออกแทน (ไม่ใช่ฐานหัก และมักไม่มี VAT ถ้าเป็นการออกแทนตามจริง) ให้ชัดเจน

สถานการณ์ที่ 2

อีกลูกค้าหนึ่งเป็นบริษัทในเวียดนามที่ใช้บริการวางแผนตลาดทั้งหมดสำหรับตลาดเวียดนามเอง ที่ปรึกษาไม่แน่ใจว่าเข้าเกณฑ์ VAT 0% (export of service) หรือไม่ จึงปรึกษาผู้ทำบัญชีก่อนออกใบกำกับภาษี เพื่อไม่ให้ตั้งอัตราผิดและถูกกรมสรรพากรประเมินเพิ่มย้อนหลัง

ตัวเลขและรายละเอียดในสถานการณ์ข้างต้นเป็นตัวอย่างเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยของกรมสรรพากรสำหรับกรณีของคุณโดยเฉพาะ

เอกสารที่ต้องใช้

  • ใบกำกับภาษี / ใบเสร็จรับเงิน — คุณจด VAT แล้วจึงออกใบกำกับภาษีพร้อม VAT 7%
  • ใบเสนอราคา และใบแจ้งหนี้ — ก่อนเริ่มงานและตอนเรียกเก็บเงิน
  • ใบ 50 ทวิ — รับจากลูกค้าและเก็บไว้ทุกใบ เพื่อนำไปเครดิตภาษีตอนยื่นประจำปี

คำถามที่พบบ่อยสำหรับอาชีพนี้

จด VAT แล้ว ลูกค้าหัก ณ ที่จ่ายจากยอดก่อนหรือหลัง VAT?+
หัก ณ ที่จ่ายคิดจากฐานค่าบริการก่อน VAT ส่วน VAT 7% บวกเพิ่มต่างหาก ลูกค้าจึงโอน = ค่าบริการ + VAT − ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ค่าที่ปรึกษาคิดเป็น % ของยอดโฆษณาที่บริหาร (performance fee) แทนค่าธรรมเนียมคงที่ คำนวณหัก ณ ที่จ่ายยังไง?+
หลักการเดิมยังใช้ได้ คือหัก 3% จากค่าบริการก่อน VAT ไม่ว่าฐานคำนวณจะเป็นยอดคงที่หรือ % ของงบโฆษณา ประเด็นที่ซับซ้อนคือถ้าคุณเป็นผู้จ่ายเงินค่าโฆษณาแทนลูกค้าแล้วเรียกคืน (pass-through media spend) ส่วนนั้นอาจไม่ใช่ค่าบริการของคุณ ควรแยกบรรทัดค่าบริการที่ปรึกษากับยอด media spend ที่ออกแทนให้ชัด และยืนยันกับผู้ทำบัญชี
ให้คำปรึกษาการตลาดแก่ลูกค้าต่างประเทศที่ใช้บริการนอกไทยทั้งหมด ยังต้องคิด VAT 7% ไหม?+
บริการที่ทำในไทยแต่ส่งออกไปใช้ทั้งหมดนอกประเทศ อาจเข้าเกณฑ์ VAT อัตรา 0% (export of service) ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร ซึ่งมีรายละเอียดและหลักฐานที่ต้องยื่นค่อนข้างเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่ทุกงานที่ลูกค้าอยู่ต่างประเทศจะเข้าเกณฑ์นี้อัตโนมัติ ควรตรวจสอบเงื่อนไขกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชีก่อนออกใบกำกับภาษีอัตรา 0%

เครื่องมือและคู่มือที่เกี่ยวข้อง

อาชีพอื่นที่คล้ายกัน

BillsOS ออกใบแจ้งหนี้และใบเสร็จที่คำนวณหัก ณ ที่จ่าย และ VAT 7% ให้อัตโนมัติ พร้อมฝัง QR พร้อมเพย์จำนวนตรงเป๊ะลงในบิล ลูกค้าสแกนแล้วจ่ายเข้าบัญชีคุณโดยตรง

เริ่มออกบิลสำหรับที่ปรึกษาการตลาดฟรี →

ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เริ่มแพ็กเกจฟรีได้ทันที

BillsOS จัดรูปแบบและคำนวณเอกสารให้เท่านั้น นี่เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษี โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชี